ยาย่า เผย เรื่องตลกที่ไม่ตลก ความจริงบั้นท้ายก็มีส่วนสำคัญกับนักเตะ

ยาย่า หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ ยาย่า ตูเร่ ซึ่งเขาคือ อดีตทัพสุดแกร่งอย่างมิดฟิลด์ แต่ในตอนนี้เขาได้ย้ายมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแล้ว จากที่กล่าวไว้มันอาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลก และดูไม่จริงจังสักเท่าไหร่ แต่ใครจะไปรู้ว่า ในความจริงแล้วบั้นท้ายส่วนหลังของนักเตะทุกคนนั้นมีความสำคัญอย่างมาก โดยยาย่า ตูเร่เขาได้ตัดสินใจเลือกที่จะเขียนอธิบายความสำคัญของร่างกายส่วนนี้ว่า มันมีความสำคัญกับร่างกายของเหล่าแข้งนักเตะมากแค่ไหน และมีความสำคัญกับการเล่นฟุตบอลยังไง และทั้งยาย่ายังยกให้ นักเตะที่มีก้นสวยที่สุดก็คือ เอเดน อาซาร์

หากพูดถึงเอเดน อาซาร์แล้ว เหล่าแฟนบอลคงจะจำเขาได้เป็นอย่างดี อาซาร์เคยพาทีมชาติอย่างเบลเยียม ได้ทำการผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ไปแล้ว และในการแข่งขันนั้นก็คือ ศึกยูโร 2020 โดยเขาสามารถพาทีมไปจุดนั้นได้อย่างสบายตัว และก็เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาซาร์แข้งนักเตะวัย 30 ปี นอกจากจะมีชื่อเสียงเลื่องลือในส่วนของฝีเท้า และฝีมือแล้ว ไม่พอแค่นี้พฤติกรรมการกินของเขาก็มักจะเป็นที่พูดกันอยู่บ่อยๆ และอีกสิ่งหนึ่งที่อาจจะมีใครบางคนยังไม่รู้มากนัก นั่นก็คือ อาซาร์เป็นคนที่บั้นท้ายที่สวยงาม อีกทั้งสิ่งนี้มักจะเป็นสิ่งที่เตะตาเหล่าแฟนบอลอย่างมาก จนกระทั่งว่ามันดูเป็นเรื่องที่น่าขำขันสำหรับแฟนบอล แต่ถึงอย่างงั้นก็มีส่วนน้อยจริงๆ ที่จะรู้เกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของก้นนักเตะกับกีฬาการเล่นฟุตบอล

ถึงแม้ว่าจะโดนแซวต่างๆ นานา กันไป สุดท้ายแล้ว ยาย่า ตูเร่ ได้เข้ามาเขียนอธิบายเป็นความรู้ติดตัวเล็กๆ เกี่ยวกับความสำคัญของก้นกับการเล่นฟุตบอลควบคู่กันไป โดยการเขียนครั้งนี้ ยาย่าได้ให้ความร่วมมือกับ The Athletic ซึ่งเป็นผลงานชิ้นแรกของเขา และเขาก็เขียนมันออกมาได้ดี

ยาย่า

จริงหรือหลอก ยาย่า เผยความสำคัญที่เราไม่อาจรู้มาก่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้

เรามาดูสิ่งที่เขาได้เขียนลงไปกับ The Athletic ซึ่งมันอาจจะฟังดูตลก แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย ที่ใช้ขณะเล่นเลยก็ว่าได้

“สำหรับในเรื่องนี้แล้ว คนที่ช่วยให้ผมไขปริศนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ผมต้องขอขอบคุณเขามากครับ เขาเป็นนักกายภาพอยู่ที่ ซิตี้ และเขาก็สามารถอธิบายให้ผมฟังได้เลย และมันก็เข้าใจง่ายมากๆ เลยล่ะครับ หลังจากนี้ผมจะอธิบายไว้ให้อ่านเอง รบกวนด้วยนะครับ”

ยาย่ากล่าวว่า เขาได้ทำความใจเข้าใจกับเรื่องนี้มาสักระยะแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ฟังดูมีสาระมากๆ และเป็นเรื่องที่โชคดีสำหรับเขา ที่เขาได้เจอกับนักกายภาพที่ซิตี้พอดี มันจึงทำให้เขาสามารถไขปริศนาของเขาออกได้ และมันก็ทำให้เขาสามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างง่าย พร้อมทั้งจะมาอธิบายให้เราได้อ่านกันนั้นเอง

“คืออย่างง่ายๆ นะครับ ถ้าหากว่าเรานั้นเป็นคนตัวใหญ่ มีลักษณะตัวที่ใหญ่พอสมควร แต่เราดันต้องมีเรื่องที่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเป็นการกำจัดแรงกระแทกตอนนั้น ในตอนที่เรากำลังครองบอล และมีคู่ต่อสู้กำลังจะจู่โจมเราแล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว เราจึงจำเป็นต้องสร้างกล้ามเนื้อครับ สร้างไว้เพื่อไว้รองรับแรงกระแทกนั้นในตอนที่เราโดนเข้าแย่งบอล สรุปง่ายๆ คือ เราต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ช่วงบั้นท้ายและช่วงของสะโพกครับ”

ยาย่ากล่าวต่อในเชิงลักษณะเปรียบเทียบว่า ถ้าหากเราเป็นนักบอลแล้ว จากนั้นเรามีร่างกายที่ใหญ่ ในจังหวะที่เราได้ครอบครองบอลนั้น แน่นอนว่าคู่ต่อสู้มักจะเข้ามาแย่งชิงบอลเรา แต่ในขณะนั้น เราก็ต้องป้องกันคู่ต่อสู้แย่งบอลไปด้วย ฉะนั้นแล้วในจังหวะนั้น เราอาจจะใช้หลัง หรือสะโพกเป็นการบล็อกคู่ต่อสู้

“สำหรับใครหลายๆ คนแล้วนะครับ มันฟังดูเป็นเรื่องตลกนะ ขนาดตอนผมได้ค้นหาข้อมูล ผมยังฟังดูตลกเลย แต่ใครจะไปรู้ละครับว่า เจ้าก้นของเรานี่แหละ สามารถกลายเป็นอาวุธสุดสำคัญ สำหรับในการเล่นฟุตบอลได้เลยนะครับ”

แข้งแมนซิตี้กล่าวว่า ในครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องนี้ เขาก็ยอมรับว่า ตัวเขาเองก็แอบตลกกับเรื่องนี้เช่นกัน แต่ในหลักความเป็นจริงแล้ว มันเป็นเรื่องจริงที่ทางวิทยาศาสตร์การกีฬาก็ได้กล่าวไว้ ซึ่งตัว ยาย่าเอง ก็ได้ไปสอบถามกับนักกายภาพ ซึ่งก็ได้คำตอบว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าหากมองว่ามันตลก มันก็คงจะตลกจริงๆ แต่ถ้าเรามองมันในมุมมองของความรู้ มันก็สามารถเป็นความรู้ที่ช่วยเสริมให้เราได้ไปในตัว อีกทั้งเขายังกล่าวอีกว่า ถ้าหากนักเตะมีบั้นท้ายและสะโพกที่ดี ในส่วนตรงนี้สามารถเป็นสิ่งที่เปลี่ยนเป็นอาวุธสำหรับการต่อสู้ได้เลย โดยอาวุธ ณ ทีนี้ หมายถึงอาวุธด้านกายภาพสำหรับการเล่นฟุตบอล

“เอาเป็นว่า ผมจะลองยกตัวอย่างให้ดูนะครับ ก่อนอื่นเลยผมขออนุญาตเอ่ยชื่อก่อนอย่าง เรนาโต้ ซานเชส ในช่วงเวลานั้นเขาไม่ได้เล่นให้กับทีมชาติของโปรตุเกสสักเท่าไหร่เลยครับ แต่มันก็จะจังหวะและช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งในตอนนั้นมันเป็นเวลาครึ่งของเกมที่ได้เจอกับทีมชาติเยอรมนี ในตอนนั้นแหละครับ ที่เขาได้มองเห็น เอ็มเร่ ชาน ได้วิ่งเข้ามาหวังเพื่อที่จะแย่งบอลจากเขา”

ยาย่ายังได้ยกกรณีตัวอย่างของแข้ง เรนาโต้ ซานเชส ที่เขาเป็นนักเตะของทีมชาติอย่างโปรตุเกส โดยจังหวะหนึ่งในการแข่งขันกับเยอรมนีช่วงครึ่งหลังนั้น เขาได้ถูก เอ็มเร่ ชาน วิ่งเข้าหาเพื่อหวังแย่งบอลไปจากเขา แต่ก็อยากที่เรารู้กันอยู่แล้ว ว่า ซานเซสมีลักษณะตัวเป็นอย่างไร

“อย่างที่เราทราบกันดีครับ สำหรับแฟนๆ ของพวกเขา ชาน สำหรับผมเขาเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งมากๆ คนหนึ่งเลยนะครับ ตอนสมัยที่เขายังอยู่ที่ทีมลิเวอร์พูล ซึ่งนั้นตอนนั้น ผมมีโอกาสได้เจอกับเขามาแล้ว และสุดท้ายเราก็แพ้ครับ แต่อย่างที่เราเห็นในตอนนั้นศึกของ ชานและซานเชส ชานเขาได้พยายามวิ่งเข้ากระแทกซานเชส ซึ่งมันก็ไม่ได้ผล แต่อย่างที่เห็นกันครับ เขาวิ่งเข้าไปชนที่บั้นท้าย และเขาก็ได้ล้มลงไปในทันที หลังจากนั้นผมก็เลยได้ตั้งใจลองศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ดูครับ”

เขายังเผยต่ออีกว่า ในตอนที่เขาได้เจอกับชาน เขาได้เอ่ยชมว่า ชานคือคู่ต่อสู้ที่ดูแข็งแกร่งมากๆ คนหนึ่ง แต่สุดท้ายในศึกนั้นที่เขาได้เจอกับอดีตแข้งลิเวอร์พูล สุดท้ายแล้วทีมยาย่าก็เป็นฝ่ายแพ้ไป และเขาได้เข้าเรื่องถึงการอธิบายเกี่ยวกับ ชานและเซนเชส ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ล้มลงไปกองที่พื้น

นอกจากนี้แล้ว ยาย่า ยังได้กล่าวเอ่ยชม เอเดน อาซาร์ เป็นยกใหญ่เลยทีเดียว ว่าเขาสามารถใช้ส่วนหลังได้เก่ง เพราะมันทำให้เขาได้รูปเล่นที่ดี แถมยังช่วยป้องกันตัวเขาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“ตอนผมเห็นและได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก ผมยังคิดว่ามันแทบจะกลายเป็นเรื่องตลกมากๆ เลยด้วยซ้ำ นั้นก็เพราะว่าในส่วนก้นของเขา (ยาย่ากล่าวถึง และหมายถึงอาซาร์) ว่ามันสวยแค่ไหน และมันก็ใหญ่ครับ แต่พวกคุณรู้หรือไม่ ว่ามันเป็นส่วนสำคัญพอๆ กับขาและเท้าเลยนะครับ มันสำคัญสำหรับการเล่นฟุตบอลของเขามากครับ”

เขาได้กล่าวถึง โดยเจาะจงไปที่แข้งชายเบลเยียมวัย 30 อย่างอาซาร์ทันที ว่ามันฟังดูตลกสำหรับเขาเช่นกัน ในตอนที่เขาได้ฟังและได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก แต่เมื่อเขาได้เริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว ปรากฏว่ามันก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ดูเป็นเรื่องจริงจัง แถมยังเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างมากอีกด้วย มีหรือที่แข้งอดีตมิดฟิลด์อย่าง ยาย่า ตูเร่ จะพลาดกับเรื่องนี้ เขาจึงได้ทำการศึกษามันทันที

“รู้มั้ยครับว่า ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของอาซาร์คือช่วงไหน ช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับเขามากๆ เลยก็คือตอนที่เขาเพิ่งจะได้รับบอลมา และในระหว่างนั้น อาซาร์เขามีเวลาไม่ถึง 5 วินาทีหรอกครับ เพราะเหล่าคู่แข่งหรือคู่ต่อสู้ของเขาในเกมนั้นจะเข้าแย่งบอล เพราะอะไรผมถึงรู้น่ะเหรอ นั่นก็เพราะว่าผมรู้สมัยตั้งแต่ที่ผมอยู่ที่ ซิตี้ เพราะในเวลานั้นผมจะพยายามจำกัดเวลาในตอนที่อาซาร์ได้ครองบอลครับ”

ยาย่าอธิบายเสริมว่า ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของอาซาร์ ไม่ใช่เวลาอื่นไหน แต่มันคือเวลาที่เขาได้รับบอล ได้ครองบอลนั้นเอง ซึ่งในตอนนั้นอาซาร์จะมีเวลาไม่ถึง 5 วินาทีเลยด้วยซ้ำในการครองบอลได้นาน เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว ที่จะมีคู่แข่งและคู่ต่อสู้ เข้ามาแย่งบอล ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ได้มีการวิ่งแย่งบอลกันแค่คนเดียวอยู่แล้ว และสิ่งนั้นก็เลยทำให้แข้งแมนซิตี้ต้องเอ่ยว่า เขามักจะพยายามจำกัดการได้ครองบอลของไอดอลด้านบั้นท้ายอย่างอาซาร์

“ในจังหวะนั้น เมื่อมีลูกบอลมาถึงอาซาร์แล้ว มันเป็นสัญชาตญาณอยู่แล้วครับ ว่าจะต้องมีคู่ต่อสู้วิ่งเข้ามาชิงบอลเราแน่นอน แน่นอนครับว่า เขาจะใช้ก้นของเขาเป็นการใช้บล็อกศัตรู เพื่อที่จะไม่ให้คู่ต่อสู้เข้ามาชิงบอลเขาได้ง่ายๆ”

เขากล่าวว่า ถ้าหากเราสังเกตจังหวะที่มีบอลส่งไปให้อาซาร์ และมันก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ที่เหล่าแข้งบอลจะรับรู้ว่า หลังจากที่เขาได้รับบอล นั้นก็หมายความว่าจะต้องมีคู่ต่อสู้คนอื่นๆ ตามมาอย่างแน่นอน และสุดท้ายแล้ว ต่อให้มีคู่ศัตรูเข้ามา อาซาร์ก็จะใช้ส่วนสะโพกและก้นของเขาในการบล็อกคู่ต่อสู้ไม่ให้เข้ามาแย่งบอลได้

“การที่เขาทำแบบนั้น มันจะช่วยให้สรีระของเขาช่วยผลักคู่ต่อสู้ออกไปครับ ถ้าให้นึกภาพ มันก็จะเหมือนกับการต่อยมวย หรือการชกหมัดออกไป หลังจากที่เขาทำแบบนี้ มันจะช่วยให้เขามีระยะห่างจากคู่ต่อสู้มากขึ้นครับ และจากนั้นเขาก็จะเป็นฝ่ายทำเกมรุกแทน”

โดยยาย่าได้อธิบายเพิ่มต่อการกระทำของอาซาร์ ว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม และการที่เขาทำไปมันช่วยอะไรให้กับอาซาร์บ้าง ซึ่งเขาเปรียบเทียบให้เราเห็นกันว่า การกระทำของเขาเปรียบเสมือนการชกมวยออกไป เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากคู่ต่อสู้ และมันจะสามารถทำให้เราได้เปรียบพลิกโอกาสมากลายเป็นฝ่ายรุกแทน

นอกจากนี้แล้ว ยาย่ายังกล่าวถึงนักเตะคนอื่นไม่ว่าจะเป็น อ็องตวน กรีซมันน์, หลุยส์ ซัวเรซ และเซร์คิโอ ที่มีความสามารถในด้านนี้ด้วยเช่นกัน หากมีใครสนใจจะศึกษาหาข้อมูลการเล่นแบบนี้ ก็สามารถตามเข้าไปอ่านที่ The Athletic ได้เช่นกัน

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufas168 เว็บ แทงบอล ที่ดีที่สุด สมัครสมาชิก คลิก 

 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest