โจเอล เกลเซอร์ เข้าใจแฟนผี พร้อมเผย ผมก็ยังรักทีมผีอยู่เหมือนเดิม

โจเอล เกลเซอร์ อย่างที่แฟนแมนยูหรือทีมผีรู้จักกันดี เขาเป็นคนที่เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม ปิศาจแดง มาเป็นระยะเวลาทั้งหมด 16 ปี โดยทางตระกูล เกลเซอร์ ได้เข้ามามีบทบาทเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร และประเด็นร้อนแรงที่ยังเป็นประเด็นอยู่ ก็ยังมีให้เห็นกันมาโดยตลอด ทางตระกูล เกลเซอร์ มักจะโดนสาปส่ง และถูกวิจารณ์ตั้งแต่เรื่องเบาไปจนเรื่องหนัก ถึงขั้นร้ายแรงจากเหล่าแฟนผีมาโดยตลอด และเรื่องมันเป็นยังไงนั้น เหล่าแฟนผีมักจะรู้กันดีอยู่แล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตาม เมื่อล่าสุดนี้ โจเอลได้ตัดสินใจเข้าประชุมร่วมกับแฟนบอลแล้วในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่มากนัก และวันนี้ เราจะมาดูสัมภาษณ์ของโจเอลกัน

เพราะอะไร ทำไม โจเอล เกลเซอร์ ถึงโดนแฟนผีโจมตีมาโดยตลอด

โจเอล เกลเซอร์ เขาเป็น 1 ในผู้บริหารคนสำคัญของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ เขาได้ถูกเหล่าแฟนผีโจมตีเขาอย่างหนักมาโดยตลอดไม่เว้นวัน แต่ถึงเขาจะโดนแล้วโดนอีก แต่เขาก็ยังยืนยันที่ยังมีความรู้สึกว่า ยังรักทีม และให้ความสำคัญกับทีมผีอย่างมาก รวมไปถึงมีความเข้าใจหัวอกของทีมต่อเหล่าแฟนบอลทั้งหมดมาโดยตลอด

แต่ในทางกลับกัน แฟนผีส่วนใหญ่ก็มักจะให้เสียงไปทางเดียวกันว่า เขาไม่ได้เป็นไปตามคำพูดของเขาจริงๆ เขาเพียงแต่อยู่เพื่อกินเงินของสโมสรไปวันๆ อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ เขาโดนแฟนผีโถมใส่อย่างหนักทันที หลังจากที่เขาพาแมนยูไปเข้าร่วมกับโปรเจ็คใหญ่ อย่างโปรเจ็ค ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ ซึ่งการกระทำนี้

เป็นการกระทำที่เหล่าแฟนๆ แมนยูไนเต็ดได้คัดค้านกันเป็นจำนวนมากอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะแฟนในประเทศหรือต่างประเทศ ก็ต่างไม่เห็นด้วยที่เขาทำแบบนี้ และนี้ก็คือประเด็นสุดร้อนแรง จนทำให้เหล่าแฟนบอลทั่วโลกได้เริ่มออกมาร้องเรียนกันอย่างจริงจัง และต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงให้มันอยู่ในรูปที่เป็นธรรมนั้นเอง

โดยล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โจเอลได้ตอบตกลงเข้าร่วมประชุมกับเหล่าแฟนบอลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อในเวลานั้น ตัวของเกลเซอร์เอง ก็ยังยืนยันกับเหล่าแฟนบอลของเขาเป็นคำเดิมมาโดยตลอด ว่าถึงยังไงก็แล้วแต่ เขาเองก็ยังยืนยันว่า ยังรักสโมสรไม่มีเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด และเข้าใจความรู้สึกของเหล่าแฟนบอลเป็นอย่างดี

โจเอล เกลเซอร์

อย่างไรก็ตาม เหล่าแฟนบอลก็ยังไม่พอใจอยู่ดี เรามาดูบทสัมภาษณ์ของเขากันเลยดีกว่า

“ผมขอตอบก่อนเลยนะครับว่า ในประเด็นที่ทุกคนมักจะถามเป็นคำถามเดียวกันนั้นก็คือ ‘ผมเข้าใจบ้างหรือเปล่า ว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเนี่ย มันเป็นทีมที่มีผลทางจิตใจของใครสักคนอยู่แล้ว และเป็นทีมที่พวกเขารักกันมาจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอด และรู้มั้ยว่า มันสำคัญกับพวกเขาแค่ไหน?’ ผมได้ยินคำนี้มาโดยตลอดครับ”

โจเอลกล่าวว่า ในทุกๆ ครั้งที่เขาเห็นตามสื่อที่ไหน หรือตามอ่านข่าวจากแหล่งต่างๆ ที่ถูกส่งต่อมาจนถึงหูหรือผ่านตาของเขา เขามักจะเห็นประโยคประมาณนี้มาโดยตลอด และมันก็มักจะเป็นประโยคคำถาม หรือไปถึงมีคำที่ดูหยาบมากในประโยคเหล่านั้นด้วย มันหมายความว่า เหล่าแฟนแมนยูมักจะถามเขามาโดยตลอด ว่าสิ่งที่เขาทำนั้น เขารู้สึกถึงหัวอกของเหล่าแฟนทีมผีบ้างหรือเปล่า เข้าใจบ้างหรือเปล่า ว่าทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความสำคัญกับเหล่าแฟนๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งโจเอล ได้กล่าวกับเหล่าผู้สัมภาษณ์แบบนี้

“ถึงแม้หลายๆ คนมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน หรือกล่าวเป็นสิ่งเดียวกัน แต่พวกคุณรู้มั้ยว่า มันมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับแฟนบอลทุกคน และผมก็พร้อมที่จะเต็มใจบอกอย่างแน่นอน นั้นก็คือ ผมรู้สึกขอบคุณทุกๆ อย่าง ขอบคุณความรักที่ของเหล่าแฟนบอล ที่ได้มอบให้กับสโมสร และผมก็หมายถึงความรักที่ทุกคนมอบให้นั่นแหละครับ รวมไปถึงการให้ผมและตระกูลของผมได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมด้วย”

หลังจากที่เกลเซอร์ ได้ให้สัมภาษณ์เป็นประโยคนี้ขึ้นมา แน่นอนว่า เหล่าแฟนบอลของทีมเด็กผีทั่วโลก ไม่พอใจเขาเข้าไปอีก ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของเขา ก็ดันส่งต่อให้แฟนทีมผีรู้สึกไม่ชอบเขาเข้าไปอีก เนื่องจากคำพูดและประโยคนี้ เล่นเอาแฟนผีทั่วโลกช่วยกันส่งแรงไม่ชอบเข้าไปอีกเป็นจำนวนมาก เกลเซอร์กล่าวว่า

ถึงแม้ว่าเหล่าแฟนบอลจะไม่ชอบเขา หรือไปถึงขั้นไม่ชอบหน้าเขาเลย แต่เขาก็ได้หาใส่ใจไม่ เพราะเขาก็ประกาศออกกับสื่อว่า แทบจะขอบคุณพวกเหล่าแฟนๆ ด้วยซ้ำไป และขอบคุณเหล่าแฟนบอลที่ได้ให้โอกาสเขา ได้มาถึงจุดนี้ เขาก็ยังยืนยันรักทีมของเขาต่ออย่างไม่รู้สึกใดๆ ถึงแม้จะโดนแฟนผีสาปส่งเป็นจำนวนอยู่แล้วก็ตาม แต่ตัวเขาเองก็ยันยืนยันคำเดิมว่า ขอบคุณ

“ผมเชื่อนะครับว่า ไม่มีใครที่เป็นผู้บริหารสโมสร ที่ตื่นเช้ามาในเช้าที่สดใสในวันที่ทีมของตัวเองแพ้เกมใหญ่ในวันต่อมาหรอกนะ และในทุกวันนี้ ผมก็เข้าใจบทบาทของทางสโมสรมากขึ้นครับ และก็เข้าใจมันมากขึ้นตามทุกๆ วันอยู่แล้ว สบายใจได้เลย เพราะมันเหมือนกับว่า สโมสรได้หลอมรวมครอบครัวของผม และผู้คนอย่างเหล่าแฟนบอลไว้ด้วยกันแล้ว รวมไปถึงเหล่าผู้คนในรุ่นหลังๆ ที่แตกต่างกันไป แต่มีเป้าหมายเดียวกัน เชียร์ทีมของพวกเรา ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และด้วยเหตุผลนี้แหละครับ ที่มันทำให้ผมรักในการชื่นชอบกีฬานี้เอามากๆ เลยล่ะ”

หลังจากโจเอลกว่าเช่นนี้แล้ว เหล่าผู้สัมภาษณ์ก็เชื่อเช่นกันว่า สิ่งที่เขากล่าวออกมา อาจจะทำให้แฟนผีฉุกคิด และอาจจะให้อภัยเขาในหลายๆ เรื่อง แต่มันก็ไม่เลยแม้แต่น้อย เพราะมันเหมือนว่าเขาไม่ได้พูดออกมาด้วยความเต็มใจนัก ทุกคนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า หากเขาชื่นชอบ และรักในสโมสรนี้จริงๆ เขาคงไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรก และสิ่งนี้มันทำให้ลามไปถึงต้นตระกูลของเขาทันที

หลังจากที่เขาได้ให้สัมภาษณ์มาเช่นนี้ แน่นอนว่าเกลเซอร์ ได้กล่าวในที่ประชุม และบอกกับเหล่านักข่าวว่า เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ หรือไม่รู้สึกสบายใจเลยด้วยซ้ำ หากทีมของเขาจะแพ้ในศึกเกมใหญ่ๆ และทุกวันนี้ ตัวของเขาเอง ก็พร้อมและพยายามที่จะเข้าใจบทบาทของเหล่าทีมและสโมสรมากขึ้นอย่างแน่นอน และทุกวันนี้ เขาก็ได้เข้าใจแล้ว และเข้าใจมันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป ถึงแม้เหล่าแฟนๆ จะไม่พอใจ แต่เขาก็ยังยันยืนที่จะอยู่กับสโมสรแน่นอน และนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงหลงรักกีฬาชนิดนี้ และในเมื่อเขาได้เป็นถึงผู้บริหารทีม มีอย่างหรือที่เขาจะไม่เต็มที่กับมัน และจะไม่รักสโมสรของเขา เรามีดูบทสัมภาษณ์ของเขาต่อกันเลย

“และถึงแม้ว่าพวกคุณจะพูดยังไง จะพูดนินทาว่าร้ายผมแบบไหน ผมก็ยังยืนยันคำเดิมครับ ผมยังยืนยันว่า ผมยังคงรักทีมของผม ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่สิ ผมต้องบอกว่า ทีมของทุกๆ คนที่ได้หลงรักและได้ร่วมด้วยช่วยกันเชียร์ทีมนี้ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความตื่นเต้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เหล่าแฟนทีมแมนยูได้มอบให้ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว รวมไปถึงทุกๆ อย่างที่พวกเขาและตัวผมได้สร้างขึ้นมา แน่นอนว่า ผมภูมิใจมากครับ”

โจเอลได้กล่าวกับสื่อว่า เขารู้ตัวดี ว่าเหล่าแฟนบอลทีมนี้นั้นไม่ชอบเขาขนาดไหน แต่เขาก็ยังเลือกที่จะอยู่ และยังเลือกที่จะรักทีมนี้เช่นเดิม เพราะเขาได้เติบโตมากับทีมนี้ รวมไปถึงตระกูลของเขาที่ได้เข้ามาดูแลสโมสรมาผ่านรุ่นต่อรุ่น ซึ่งรวมๆ อย่างที่เราได้บอกเอาไว้แล้ว นั้นก็คือ ตระกูลเกลเซอร์ ได้เข้าครอบครองและบริหารทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาทั้งหมดแล้วเป็นเวลา 16 ปี และแน่นอนว่า เขาก็คงรู้สึกรักและผูกพันไปกับมันอย่างแน่นอน และนอกจากนี้แล้ว เหล่าแฟนบอลส่วนน้อยนักที่จะเข้าใจเขาในจุดจุดนี้อย่างแน่นอน บางส่วนก็เห็นใจเขา และมีบางส่วนอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่เห็นใจเขาในส่วนนี้ และสุดท้ายแล้ว เขาก็ได้แต่ทำใจยอมรับมัน รวมไปถึงแฟนบอลด้วย และบทสัมภาษณ์สุดท้ายของเขานี้ โจเอลได้กล่าวว่า

“มันหาได้ยากมากเลยนะครับ และถึงมี มันก็มีเป็นจำนวนน้อยมากเลย ที่ผมหมายถึงก็คือ มันไม่มีอะไรวิเศษ และดีไปกว่าการที่เราได้เดินเข้าไปในสนามหรอก และในสนามที่มีผู้คนมากกว่าจำนวน 50,000 คน และอาจจะมากถึง 76,000 คน ที่อยู่ในสนามกีฬาฟุตบอล ที่ทุกคนได้ช่วยกันร่วมร้องเพลง อีกทั้งยังช่วยกันตะโกนเชียร์ทีมที่เรารัก ทีมที่เราชอบ ซึ่งสำหรับผมแล้วนั้น มันเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ มันทำให้ผมได้หลงรักกีฬาชนิดนี้มากๆ ยังไงละครับ”

บทสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของการประชุมในครั้งนี้ เขาได้กล่าวว่า เขาหลงรักกีฬาชนิดนี้มากขนาดไหน เขายังบอกอีกว่า นี่คือกีฬาที่จะช่วยให้ทุกคนได้สามัคคีกัน และทำให้ทุกคนได้เข้าใจในกีฬาชนิดนี้จริงๆ ถึงแม้ว่าบทสัมภาษณ์จะผ่านไปสักเท่าไหร่ เขาก็มักจะพูดและกล่าวคำเดิมอยู่เสมอว่า เขารักและชื่นชอบในกีฬาชนิดนี้มากๆ และเขาก็ยังรักในสโมสรที่เขาดูแลอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าเขาจะกล่าวออกมาแบบนี้ แต่เหล่าแฟนผีก็ไม่ได้รู้สึกดีใจมากขึ้นเลยแม้แต่น้อย นั้นก็เพราะว่าเขายังมีเรื่องมากมาย ที่ทำให้เหล่าแฟนผีไม่พอใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นแฟนไทยหรือต่างประเทศ ก็ต่างให้เป็นเสียงเดียวกันทั้งสิ้นว่า ไม่อยากให้เขาได้เข้ามาบริหารสโมสรเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่ากาลเวลาจะล่วงเลยมาทั้งหมดเป็นเวลา 16 ปีกว่าๆ

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ตัวเขาและตระกูลของเขาถูกพูดในส่วนที่ดีเลยแม้แต่น้อย และอย่างที่เราได้เห็นกันล่าสุดในการแข่งขันการมาเยือนของทีม ลิเวอร์พูล VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ถูกเหล่าแฟนบอลอย่างทีมผี ที่ได้สะสมความแค้นทั้งหมด ได้ระเบิดออกมากันทีเดียว และมันทำให้พวกเขาได้พากันตัดสินใจลงไป และทำให้พวกเขาต้องลงถนนจนเกิดจลาจลขึ้น ถึงขั้นที่ว่ามีคนเข้าไปป่วนในสนามแข่งกันเลยทีเดียว และไม่สามารถทำให้แข่งกันได้ และต้องเลื่อนการแข่งไปอย่างไม่มีกำหนดนั้นเอง และเราก็หวังว่า ทั้ง 2 ทีมจะได้กลับมาแข่งขันกันในเร็วๆ นี้

ติดตามข่าวกีฬาได้ที่ Ufas168 เว็บ แทงบอล ที่ดีที่สุด สมัครสมาชิก คลิก 

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest